http://www.doluckcompany.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Blog

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ14/02/2011
อัพเดท07/05/2018
ผู้เข้าชม741,221
เปิดเพจ1,287,571

การนำเข้าสินค้า

การส่งออกสินค้า

สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

สินค้าเข้าไปรณีย์

เรื่องน่ารู้ ศุลกากร

ความรู้เรื่องการส่งออก จากกรมส่งเสริมการส่งออก

บริการ

การนำเข้า รถ ใช้แล้ว จากต่างประเทศ

พิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคล 1. การนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลชั่วคราว

         รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือสำราญและกีฬา หรือเรือประมงที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนเป็นการชั่วคราวและจะส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายใน 6 เดือนจะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า โดยผู้ที่ประสงค์จะนำยานพาหนะส่วนบุคคลประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือสำราญและกีฬา หรือเรือประมง เข้ามาพร้อมกับตนเองเป็นการชั่วคราวต้องปฏิบัติตามหลักเกณ์และเงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ให้ครบถ้วน

1.1 เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลชั่วคราว

     (1)  ใบขนสินค้าพิเศษและมีสำเนา 5 ฉบับ
     (2)  ทะเบียนยานพาหนะ
     (3)  บัตรประจำตัวและหนังสือเดินทางของผู้ควบคุมยานพาหนะ
     (4)  หนังสือมอบอำนาจ กรณีผู้ควบคุมยานพาหนะมิใช่เจ้าของ 
     (5)  
คำร้องขอนำรถเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว
     (6)  หลักฐานการซื้อขาย เช่น Proforma Invoice, Invoice
     (7)  
สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล
     (8)  
สัญญาประกันการส่งกลับ
     (9)  เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)

1.2 ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าชั่วคราวยานพาหนะส่วนบุคคล

     (1) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นใบขนสินค้าพร้อมเอกสารประกอบต่อฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า ของสำนักงานหรือด่านศุลกากรที่นำเข้า กรณีมีสิ่งของอื่นหรือผู้โดยสารและสิ่งของติดตัวผู้โดยสารเข้ามาพร้อมกับยานพาหนะ ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องแจ้งกรมศุลกากรด้วย

     (2) กรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลในใบขนสินค้าและเอกสารประกอบ หากเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะออกเลขที่ใบขนสินค้า และกำหนดวงเงินค้ำประกันสำหรับการนำเข้านั้น ๆ 

     (3) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำหลักประกัน (เงินสดหรือ ธนาคารค้ำประกัน) ไปชำระที่ฝ่ายบัญชีและอากร

     (4) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำหลักฐานการวางประกันมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

     (5) กรมศุลกากรจะตรวจยานพานะและสิ่งของติดตัวผู้โดยสาร เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว จะมอบสำเนาใบขนสินค้าพิเศษ ให้ผู้นำเข้าไว้ 1 ฉบับ เพื่อใช้กำกับยานพาหนะและแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเมื่อนำยานพาหนะออกไปนอกประเทศไทย

1.3 ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการส่งออกยานพาหนะส่วนบุคคล

     (1) ผู้ส่งออกยื่นใบขนสินค้าพิเศษที่กรมศุลกากรออกให้ขณะนำเข้าและสำเนา 1 ฉบับ พร้อมกับแบบธุรกิจต่างประเทศ (ธ.ต.1) 1 ฉบับ แก เจ้าหน้าที่ศุลกากร

     (2) กรมศุลกากรจะตรวจยานพาหนะและสิ่งของติดตัวผู้โดยสาร เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะถอนประกันทัณฑ์บนที่ผู้นำเข้าทำไว้กับกรมศุลกากรขณะนำเข้า

1.4 ข้อควรทราบในการนำเข้าชั่วคราวยานพาหนะส่วนบุคคล

     (1) หากผู้นำเข้าไม่นำรถกลับออกไปในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันทัณฑ์บน กรมศุลกากรจะบังคับสัญญาทัณฑ์บนเต็มจำนวนที่กำหนดไว้โดยไม่มีการลดหย่อนทั้งสิ้น

     (2) กรณีผู้นำเข้าต้องการขอขยายเวลาการนำรถออกนอกประเทศไทยตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันทัณฑ์บน ก็สามารถขอขยายเวลากับกรมศุลกากรได้อีกแต่ไม่เกิน 6 เดือน เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็น เช่น เครื่องยนต์เสีย หรือรถยนต์ถูกชนต้องเสียเวลาในการซ่อม ก็อาจขยายเวลาออกไปให้เกินกว่า 6 เดือนได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 8 เดือน นับแต่วันนำเข้า

     (3) การประกันและการค้ำประกัน
              ผู้นำเข้าสามารถวางประกันด้วยเงินสด หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร แต่สำหรับรถจักรยานยนต์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศนำเข้าทางสำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ ให้ค้ำประกันตนเองได้
              ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่สามารถจะวางประกันด้วยเงินสด หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารได้จริงๆ กรมศุลกากรก็อาจพิจารณาอนุมัติให้ผู้นำเข้าค้ำประกันตนเองได้
              การกำหนดเงินประกันและเงินค้ำประกัน กรมศุลกากรจะกำหนดโดยถือตามราคาบวกค่าภาษีอากรทุกประเภทของรถที่นำเข้าเป็นยอดเงินประกัน 

     (4) การบังคับตามสัญญาประกัน
              เมื่อครบกำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน หรือผู้นำของเข้าได้แสดงความจำนงก่อนครบกำหนดดังกล่าวว่าไม่ประสงค์จะนำรถกลับออกไป กรมศุลกากรจะบังคับสัญญาประกันเต็มตามจำนวนที่กำหนดไว้โดยไม่มีการลดหย่อนใดๆ ทั้งสิ้น
              ในกรณีที่มีผู้นำรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เข้ามาในประเทศทางเขตแดนทางบกเป็นการชั่วคราวและจะนำกลับออกไป แต่นำกลับออกไปไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน โดยไม่มีเจตนาฝ่าฝืนการปฏิบัติตามสัญญาประกันนั้น ผู้นำเข้าจะต้องชำระค่าปรับวันละ 100 บาท นับจากวันที่ครบกำหนดในสัญญาประกัน แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
              ในกรณีที่ผู้นำเรือเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และจะนำกลับออกไป แต่นำกลับออกไปไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน โดยไม่มีเจตนาฝ่าฝืนการปฏิบัติตามสัญญาประกันนั้น ผู้นำเข้าจะต้องชำระค่าปรับวันละ 500 บาท นับจากวันที่ครบกำหนดในสัญญาประกัน แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

     (5) คำว่า “เรือสำราญและกีฬา” หมายถึง เรือที่ใช้สำหรับหาความสำราญ หรือเรือที่ใช้เพื่อการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ และไม่ได้ใช้เพื่อการค้า การทหาร หรือการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร ์เรือสำราญและกีฬาหรือเรือประมงที่เข้ามาจากต่างประเทศนั้น นายเรือจะต้องมารายงานเรือเข้าเช่นเดียวกับเรือทั้งหลายที่มาจากต่างประเทศ ส่วนเรือสำราญและกีฬาหรือเรือประมงที่เดินทางไปต่างประเทศ จะต้องยื่นใบสำแดงรายงานเรือออก และขอรับใบปล่อยเรือขาออกจากกรมศุลกากรด้วย

1.5 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

      ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะขอทราบรายละเอียดพิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลชั่วคราว สามารถติดต่องานพิธีการ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนพิธีการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนพิธีการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่งในวันและเวลาราชการ


2. การนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลแบบถาวร

         การนำเข้ารถยนต์ส่วนบุคคลหากในลักษณะนี้ผู้นำเข้าจะต้องชำระค่าภาษีอากรตามปกติ หากเป็นรถยนต์ใหม่ก็ให้ปฏิบัติพิธีการนำเข้าเช่นเดียวกับการนำเข้าสินค้าอื่น ๆ แต่หากเป็นรถยนต์นั่งเก่าใช้แล้วจะถือเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้ามาในประเทศไทย ในหลักการไม่อนุญาตให้นำเข้า เว้นแต่เป็นการนำเข้าชั่วคราวหรือการนำเข้าเฉพาะตัวที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้เท่านั้น

2.1 หลักเกณฑ์การนำเข้ารถยนต์นั่งเก่าใช้แล้วแบบถาวร

     (1) นำเข้ามาใช้ได้เองเพียงคนละ 1 คัน

     (2) กรณีเป็นชาวต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ปี โดยมีหนังสืออนุญาตการเข้าเมืองจากกองตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และใบอนุญาตทำงานของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมมาแสดงในการนำเข้าด้วย

     (3) กรณีชาวไทยมีคู่สมรสเป็นชาวต่างประเทศ จะต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นคู่สมรสและนำรถยนต์เข้ามาเพื่อมีภูมิลำเนาในประเทศไทย รวมทั้งผู้นำเข้าต้องถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองรถยนต์คันนั้นระหว่างอยู่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์จนถึงวันที่เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทย

     (4) กรณีเป็นชาวไทย ต้องเป็นชาวไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี 6 เดือน แล้วเดินทางกลับมามีภูมิลำเนาในประเทศไทย และถือกรรมสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันนั้นอยู่ในระหว่างอยู่ต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือนและมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์

2.2 เอกสารที่ควรจัดเตรียมการนำเข้ารถยนต์แบบถาวร

     (1) เอกสารทั่วไป 
              ใบขนสินค้าขาเข้า ประกอบด้วยต้นฉบับและสำเนา 1 ฉบับ
              ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)
              เอกสารการซื้อขายรถยนต์ (ถ้ามี)
              ใบสั่งปล่อยสินค้า (กศก.100/1)
              แบบธุรกิจต่างประเทศ (Foreign Transaction Form) กรณีสินค้านำเข้ามีราคา CIFเกิน 500,000 บาท
              ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice)
              เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ

     (2) เอกสารเพิ่มเติมกรณีเป็นรถยนต์เก่าใช้แล้ว
              ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน
              หนังสือเดินทาง กรณีย้ายภูมิลำเนา 
              ทะเบียนรถยนต์ที่จดทะเบียนการใช้งานที่ต่างประเทศมาแล้ว 
              ใบอนุญาตการนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ 


2.3 ขั้นตอนปฏิบัติพิธีการ

     (1) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นใบขนสินค้าพร้อมเอกสารประกอบต่อฝ่ายการนำเข้าที่ 4 ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้า 

     (2) กรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลในใบขนสินค้าและเอกสารประกอบ หากเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะออกเลขที่ใบขนสินค้า และประเมินค่าภาษีอากรที่ผู้นำเข้าจะต้องชำระ 

     (3) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนไปชำระเงินค่าภาษีอากรที่ฝ่ายบัญชีและอากร

     (4) ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำหลักฐานการชำระเงินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ส่วนตรวจสินค้าเพื่อรับของออกจากอารักขาศุลกากร


2.4  หลักเกณฑ์การประเมินอากร

     
(1)   กรมศุลกากรกำหนดเกณฑ์การประเมินราคาโดยใช้ราคา  CIF    ราคา ค่าประกันภัย+ค่าขนส่ง เป็นฐานการประเมินอากรนำเข้า
     
(2)   ราคารวมค่าภาษี เป็นราคาที่รวมการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต ถ้ามี เข้าไว้  ณ. วันที่ชำระค่าภาษีรถยนต์
     
(3)   กรณีที่เป็นรถยนต์เก่าใช้แล้ว จะกำหนดส่วนลดตามระยะเวลาที่จดทะเบียนให้     ดังนี้

อัตราส่วนลดราคารถยนต์นั่งใช้แล้ว

1. จดทะเบียนใช้แล้ว

ไม่เกิน

-

เดือน

-

-

-

หักส่วนลด   2.50%

  2. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

-

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

-

4 เดือน

หักส่วนลด   5.00%

  3. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

-

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

-

6 เดือน

หักส่วนลด   7.50%

  4. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

-

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

-

8 เดือน

หักส่วนลด 10.00 %

  5. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

-

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

-

10 เดือน

หักส่วนลด 12.50 %

  6. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

-

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

1 ปี

-

หักส่วนลด 15.00 %

  7. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

-

แต่ไม่เกิน

1 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 16.67 %

  8. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

1 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 18.33 %

  9. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

1 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 20.00 %

10. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

1 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 21.67 %

11. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

1 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 23.33 %

12. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

2 ปี

-

หักส่วนลด 25.00 %

13. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

-

แต่ไม่เกิน

2 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 26.67 %

14. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

2 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 28.33 %

15. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

2 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 30.00 %

16. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

2 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 31.67 %

17. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

2 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 33.33 %

18. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

3 ปี

-

หักส่วนลด 35.00 %

19. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

-

แต่ไม่เกิน

3 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 36.67 %

20. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

3 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 38.33 %

21. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

3 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 40.00 %

22. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

3 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 41.67 %

23. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

3 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 43.33 %

24. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

4 ปี

-

หักส่วนลด 45.00 %

25. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

-

แต่ไม่เกิน

4 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 46.67 %

26. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

4 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 48.33 %

27. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

4 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 50.00 %

28. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

4 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 51.67 %

29. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

4 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 53.33 %

30. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

5 ปี

-

หักส่วนลด 55.00 %

31. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

-

แต่ไม่เกิน

5 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 55.83 %

32. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

5 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 56.67 %

33. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

5 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 57.50 %

34. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

5 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 58.33 %

35. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

5 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 59.17 %

36. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

6 ปี

-

หักส่วนลด 60.00 %

37. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

-

แต่ไม่เกิน

6 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 60.50 %

38. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

6 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 61.00 %

39. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

6 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 61.50 %

40. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

6 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 62.00 %

41. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

6 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 62.50 %

42. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

7 ปี

-

หักส่วนลด 63.00 %

43. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

-

แต่ไม่เกิน

7 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 63.50 %

44. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

7 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 64.00 %

45. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

7 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 64.50 %

46. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

7 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 65.00 %

47. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

7 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 65.50 %

48. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

8 ปี

-

หักส่วนลด 66.00 %

49. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

-

แต่ไม่เกิน

8 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 66.33 %

50. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

8 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 66.67 %

51. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

8 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 67.00 %

52. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

8 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 67.33 %

53. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

8 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 67.67 %

54. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

9 ปี

-

หักส่วนลด 68.00 %

55. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

-

แต่ไม่เกิน

9 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 68.33 %

56. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

2 เดือน

แต่ไม่เกิน

9 ปี

4 เดือน

หักส่วนลด 68.67 %

57. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

4 เดือน

แต่ไม่เกิน

9 ปี

6 เดือน

หักส่วนลด 69.00 %

58. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

6 เดือน

แต่ไม่เกิน

9 ปี

8 เดือน

หักส่วนลด 69.33 %

59. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

8 เดือน

แต่ไม่เกิน

9 ปี

10 เดือน

หักส่วนลด 69.67 %

60. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

10 เดือน

แต่ไม่เกิน

10 ปี

-

หักส่วนลด 70.00 %

61. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

10 ปี

-

-

-

-

ประเมินราคาตามสภาพรถ

     (4)  หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าภาษีอากร   เป็นไปตามที่กรมศุลกากรประกาศกำหนดไว้ชัดเจน

2.5 ตารางแสดงอัตราภาษีอากร

ประเภทรถยนต์
ขนาดปริมาตรช่วงชักภายใน
กระบอกสูบ
อากร
(%)
สรรพสามิต
(%)
(ตัวคูณ)
ภาษีเพื่อ
มหาดไทย*
(%)
VAT
(%)
อัตราอากร
รวม (%)
ของ CIF
  1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล   -  ไม่เกิน 2400 ซีซี


  -  เกิน 2400 ซีซี แต่ไม่เกิน 3000 ซีซี
  และมีกำลังไม่เกิน 220 แรงม้า


  -  ไม่เกิน 3000 ซีซี หรือมีกำลังเกิน
  220 แรงม้า
80


80


80
35
(0.5691057)

42
(0.7468124)


48
(1.0169492)
10


10


10
7


7


7
213.171


250.82


308.051
  2. รถยนต์นั่งตรวจการณ์
  (OFF ROAD) 
  ตามประกาศกระทรวง-
  การคลัง
  -  ไม่เกิน 2400 ซีซี


  -  เกิน 2400 ซีซี แต่ไม่เกิน 3000 ซีซี
  และมีกำลังไม่เกิน 220 แรงม้า
80


80
29
(0.4258443)

29
(0.4258443)
10


10
7


7
182.819


182.819
                        *  ภาษีเพื่อมหาดไทยจะคิดเป็น 10 % ของภาษีสรรพสามิต
     วิธีคิดอัตราอากรรวมของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดปริมาตรช่วงชักภายในกระบอกสูบ ไม่เกิน 2400 ซีซี
 
  • ถ้าราคา CIF ของรถยนต์นั่ง
= 100
 
  • อากรขาเข้า
= 80%
 
  • ภาษีสรรพสามิต
= 35%
 
  • ภาษีเพื่อมหาดไทย
= 10%
 
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
= 7%

    
วิธีคำนวณ
      1. อากรขาเข้า =  (ราคา CIF x อัตราอากรขาเข้า)
=  (100 x 0.8)
=  80
      2. ภาษีสรรพสามิต =  (ราคา CIF + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีสรรพสามิต/ 1-(1.1 x อัตราภาษีสรรพสามิต)
=  (100 + 80) x 0.35/ 1-(1.1 x 0.35)
=  180 x 0.5691057
=  102.439
      3. ภาษีเพื่อมหาดไทย =  ภาษีสรรพสามิต x อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย
=  102.439 x 0.1
=  10.2439
      4. ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม =  ราคา CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
=  100 + 80 + 102.439 + 10.2439
=  292.6829
      5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม =  ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
=  292.6829 x 0.07
=  20.4878
รวมอัตราอากรทั้งหมด = 1 + 2 + 3 + 5 = 213.171

 
2.6 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    
 ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะขอทราบรายละเอียดพิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลแบบถาวร สามารถติดต่อฝ่ายการนำเข้า ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่งในวันและเวลาราชการ

ที่มา http://www.ladkrabangcustoms.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=313984

วิธีคำนวน

สมมุตว่า มีรถ 1 คัน ราคาซื้อ 1,500,000 ซื้อมาแล้ว 4 ปี รัฐ หักค่าสึกหรอ ร้อยละ 46.67

ราคาประเมินรถคันนี้ จากราคาที่แท้จริง 1,500,000 เหลือ 799,950 หรือ ตัวกลม คือ รัฐคิดว่ารถคันนี้ มีมูลค่า 800,000 บาท

แล้ว คิดอย่างไง

CIF ของรถยนต์นั่ง     = 100
• อากรขาเข้า           = 80%
• ภาษีสรรพสามิต      = 35%
• ภาษีเพื่อมหาดไทย  = 10%
• ภาษีมูลค่าเพิ่ม        = 7%


วิธีคำนวณ

1. อากรขาเข้า = (ราคา CIF x อัตราอากรขาเข้า)
= (800,000 x 0.8)

อากรขาเ้ข้าที่ต้องเสีย = 639,960

2. ภาษีสรรพสามิต = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีสรรพสามิต/ 1-(1.1 x อัตราภาษีสรรพสามิต)
= (800,000 + 639,960) x 0.35/ 1-(1.1 x 0.35)
= 1,439,960 x 0.5691057

ภาษีสรรพสามิต ที่ต้องเสีย = 81,948.94

3. ภาษีเพื่อมหาดไทย = ภาษีสรรพสามิต x อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย
= 81.948 x 0.1

ภาษีเพื่อมหาดไทย ต้องเสีย = 8,194.89

4. ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม = ราคา CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

= 800,000 + 639,960 + 81,948.94 + 8,194.89
= 1,530,103.83

5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
= 1,530,103.83 x 0.07

ภาษีมูลค่าเพิมต้องเสีย = 107,107.26

รวมอัตราอากรทั้งหมด = 1 + 2 + 3 + 5 =  837,211

หากนำรถนำเ้ข้ามาจากต่างประเทศ ซื้อมา 1,500,000 ใช้มาแล้ว 4 ปี ต้องเสียภาษี 837,211 บาท

ยังไม่รวมค่าขนส่ง จากต่างประเทศ และค่าบริการ ชิปปิ้ง(ถ้ามี)

Tags : นำเข้า import ศุลกากร พิธีการ รถ

view

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view